วิธีเล่น Amumu — คู่มือ Wild Rift, คอมโบ และเทคนิค
Amumu เป็นแทงค์สายป่าใน Wild Rift ที่สร้างขึ้นรอบดาเมจเวทเป็นวงกับ CC หนักล้วนๆ ไม่ใช่ burst ดิบๆ ใส่เป้าหมายเดียว เขาเป็นแชมเปี้ยนที่จับง่ายที่สุดกลุ่มหนึ่งในเกม: ไม่มี skillshot ให้อ่าน ไม่มีจังหวะคอมโบซับซ้อน แต่ในมือคนที่เล่นเป็น เขาลบทีมศัตรูที่ยืนกระจุกได้ด้วยตัวคนเดียวด้วย stun เป็นวงต่อกันสองชุดและดาเมจที่ scale ตาม HP สูงสุด เขาไม่ชนะ trade 1v1 ตรงๆ แต่คุณค่าของเขาอยู่ที่การบังคับให้เกิดไฟท์ตามเงื่อนไขของตัวเองและลงโทษทีมที่รวมกลุ่มกัน
จุดแข็ง
- Bandage Toss (Q) เป็นฮุคระยะไกลที่ดึง Amumu พุ่งตรงไปหาเป้าหมาย ทำให้เขา engage จากมุมที่ศัตรูไม่คาดคิดและลงโทษคนที่หลุดออกจากทีมได้
- Curse of the Sad Mummy (R) เป็น stun เป็นวงกว้างนาน 1.5 วิ: จับศัตรูได้สองคนหรือมากกว่า ไฟท์มักจบก่อนที่เขาจะตั้งตัวได้
- Despair (W) สร้างดาเมจตามเปอร์เซ็นต์ของ HP สูงสุด มันจึงกินเลือดแทงค์กับตัวถึกหนักเกือบเท่าร่างบาง ทำให้ Amumu ยังมีที่ยืนกับทีมศัตรูทุกรูปแบบ
- พื้นฐานฝีมือที่ต้องมีต่ำมาก: ชุดสกิลที่ถูกจัดความยากไว้ระดับ 1 ทำให้ผู้เล่นใหม่สร้างผลกับเกมได้ทันทีแค่ลง (Q) ต่อ (R)
จุดอ่อน
- การเคลียร์ป่าช่วงต้นช้าและ Amumu ไม่มีทางหนีจริงๆ นอกจาก (Q) ที่ต้องมีเป้าหมาย ตัว invade ดุๆ อย่าง Lee Sin จึงลงโทษเขาได้ก่อนที่เขาจะมีเครื่องมือสู้กลับ
- ดาเมจต่อเนื่องใส่เป้าหมายเดียวที่ต่ำทำให้เขาแพ้ duel ตรงๆ ขาดลอย: ศัตรูที่ sustain หนักอย่าง Warwick อยู่ทนกว่าทุกอย่างที่ Amumu อัดออกมาได้
- ชุดสกิลทั้งชุดของเขาหมดค่าเมื่อเจอทีมที่ไม่ยอมรวมกลุ่ม: ศัตรูที่กระจายตัวเปลี่ยน Curse of the Sad Mummy กับ Despair ให้เป็น cooldown ที่เสียเปล่า
- แชมเปี้ยนที่คล่องตัวและมี R ไว้หนีหรือช่วยทีมอย่าง Kindred หลบการ engage ได้ทั้งหมดหรือลบล้างมันด้วยสกิลเดียว ยกเลิก teamfight ที่เขาเพิ่งเปิดไปเลย
คอมโบ
- Q → ออโต้แอทแทค → R → W: Bandage Toss ดึงเราไปติดเป้าหมายสำคัญและ stun เขาสั้นๆ ให้ออโต้แอทแทคทันทีที่ถึงตัวเพื่อติด Cursed Touch แล้วต่อ Curse of the Sad Mummy เลยเพื่อล็อกทุกคนที่อยู่ใกล้ จากนั้นวาง Despair ให้น้ำตากินดาเมจเป็น true damage เพิ่มตอนที่ทั้งกลุ่มยังติด stun
- R → W → E: เดินเข้าระยะแบบไม่ให้ใครเห็น จากพุ่มไม้ หมอกสงคราม หรือจังหวะที่ศัตรูยืนล้ำแบบแย่ๆ แล้วเปิดด้วย R เพื่อเอาช่วง stun ที่ยาวที่สุดเท่าที่ทำได้ วาง Despair ใต้กลุ่มทันที แล้วใช้สโลว์ของ Tantrum เพื่อไม่ให้ใครเดินออกจากแอ่งน้ำตาก่อนที่มันจะเก็บเขาได้
- E → Q: ในการปะทะย่อยๆ ดาเมจเป็นวงกับสโลว์ของ Tantrum กัดเลือดและหน่วงเป้าที่พยายาม disengage และ Bandage Toss ตรึงเขาไว้ในระยะเก็บให้ทีมของเรา ไม่ปล่อยให้เดินหนีไป
Skill order: W > E > Q (เอา R ที่เลเวล 5/9/13 ทุกครั้ง)
ช่วงต้นเกม
การเคลียร์ป่าช่วงต้นของ Amumu ช้าและเขาไม่มีทางหนีนอกจาก (Q) ที่ต้องมีเป้าหมาย เพราะงั้นอย่าไปแย่งแคมป์กับ jungler สาย dive อย่าง Lee Sin เด็ดขาด ให้เดินไปทางเลนที่ตั้งคิลได้แทน ใช้ Despair ทำให้แคมป์อ่อนลงอย่างมีประสิทธิภาพและพึ่งการลดดาเมจจาก passive ของ Tantrum แทนที่จะแลกดาเมจกับมอนสเตอร์ตรงๆ ตั้งแต่เลเวล 3 ขึ้นไป ให้มองหา gank ทันทีที่เพื่อนในเลนได้เปรียบเวฟ: Bandage Toss ใส่เป้าที่ยืนล้ำ และแม้ยังไม่มี R แค่ stun 1 วิ คู่กับดาเมจของเพื่อนก็มักพอปิดคิลได้ เล่นตามเวลาป่าของตัวเองแทนที่จะฝืนปะทะช่วงต้น: จุด spike จริงๆ ของ Amumu คือเลเวล 5 ไม่ใช่เลเวล 1
Mid & late game — teamfighting
ตั้งแต่ช่วงกลางเกมเป็นต้นไป Amumu ชนะไฟท์ด้วยการบังคับให้ศัตรูรวมกลุ่มแล้วลงโทษความผิดพลาดนั้น: flank จากพุ่มไม้หรือหมอกสงครามแล้วเปิด Curse of the Sad Mummy ทันทีที่ศัตรูหลายคนอยู่ในระยะ อย่าเดินเข้าไปจากด้านหน้าเหมือนแทงค์คลื่นที่สองเด็ดขาด ให้ความสำคัญกับ carry แถวหลังที่ไปถึงได้สะอาดที่สุดด้วย Bandage Toss การกระชาก marksman หรือเมจที่ตัวโตออกจากตำแหน่งมักคุ้มกว่าการ stun แถวหน้า วาง Despair ทับบน stun ของตัวเองเลยเพื่อให้ดาเมจตามเปอร์เซ็นต์ HP เริ่มกินทันที และเก็บสโลว์ของ Tantrum ไว้ใส่คนที่พยายามเดินออกจากแอ่งน้ำตาก่อนไฟท์จะจบ เจอทีมที่ไม่ยอมรวมกลุ่ม ความอดทนสำคัญกว่าความดุ: การเผา R ใส่เป้าหมายหนึ่งหรือสองตัวมักทำให้เสียไฟท์ไปทั้งไฟท์
Pro tips
- ออโต้แอทแทคเป้าหมายระหว่างช่วง stun เพื่อติด Cursed Touch: พอมันทำงาน ดาเมจเวททุกอย่างที่เขารับ รวมถึงน้ำตาของ Despair จะถูกเสริมด้วย true damage เพิ่มไปอีกไม่กี่วินาที
- ถือ charge ที่สองของ Bandage Toss ไว้ อย่าเทสองครั้งพร้อมกันเด็ดขาด: charge ที่เหลือมักเป็นการ engage ต่อ ทางหนี หรือ peel อันเดียวที่มี ถ้าไฟท์ไม่เป็นไปตามแผน
- Liandry's Torment กับ Sunfire Aegis เพิ่มดาเมจต่อเนื่องของตัวเองทับบน Despair เปลี่ยนแอ่งน้ำตาให้เป็นดาเมจต่อเนื่องที่จริงจัง ไม่ใช่แค่เครื่องมือกันพื้นที่