วิธีเล่น Bard — คู่มือ Wild Rift, คอมโบ และเทคนิค
Bard ซัพพอร์ตนักเดินทางของ Wild Rift เล่นไม่เหมือนซัพพอร์ตสาย enchanter หรือสาย engage แบบเดิมๆ เลย: เขา roam ทั่วแผนที่เก็บระฆัง เพิ่มพลังให้เพื่อนวิญญาณของเขา และลอดเข้าออกเลนผ่านประตูทางเดียวที่เขาสร้างขึ้นเอง ดาเมจส่วนตัวและความอึดของเขาต่ำทั้งคู่ แต่ kit ของเขาสร้างมาบน utility ที่พลิกเกมทั้งหมด: stun ที่กระดอนจากกำแพง ศาลเจ้าที่โตขึ้นเรื่อยๆ ให้ความเร็วและฮีล และหนึ่งใน R ปิดพื้นที่ที่แข็งแรงที่สุดในเกม ถ้าเล่นดี Bard ชนะการปะทะได้ก่อนที่มันจะเริ่ม ด้วยการคุมพื้นที่และจังหวะ ไม่ใช่ด้วยการแลกหมัด
จุดแข็ง
- Magical Journey (E) ให้เครื่องมือ roam ที่ดีที่สุดในบรรดาซัพพอร์ตของ Wild Rift ทำให้เขา gank เลนอื่นและหมุนไปหาออบเจกทีฟได้เร็วกว่าซัพพอร์ตที่ต้องกลับฐานแล้วเดินไปเองมาก
- Cosmic Binding (Q) กลายเป็น stun สองคนทันทีที่มันเฉี่ยวกำแพงหรือศัตรูตัวที่สอง ทำให้เขามีศักยภาพเก็บหัวสูงมากในเลนแคบๆ และในพุ่มไม้แม่น้ำ
- Tempered Fate (R) ยกเลิกการ engage ของศัตรู ช่วยเพื่อนที่ dive เข้าไป หรือแยก carry ที่ยืนเลยเถิดออกมาได้ด้วยตัวเดียว เป็นหนึ่งใน R ที่พลิกเกมได้ดีที่สุดในเกม
- การเก็บระฆังจาก passive ทบไปทั้งเกม ป้อน Movement Speed เพิ่ม การหล่อเลี้ยงมานา และค่าประสบการณ์ให้เขา เขาจึงตามจังหวะของแผนที่ทันโดยไม่ต้องเก็บหัวเอง
จุดอ่อน
- ตัวเลขดาเมจดิบและความสามารถเอาตัวรอดต่ำที่สุดในบรรดาซัพพอร์ต: เขาชนะการปะทะตรงๆ หรือ duel ไม่ได้ และละลายทันทีถ้าถูกจับได้ตอนอยู่ผิดตำแหน่ง
- ทุกวินาทีที่เสียไปกับการเก็บระฆัง คือหนึ่งวินาทีที่ ADC ของเขาอยู่ในเลนคนเดียว ซึ่งเป็นสิ่งที่ซัพพอร์ตสาย dive อย่าง Blitzcrank และ Leona จ้องจะลงโทษพอดี
- Black Shield ของ Morgana ลบภัยคุกคามในเลนอย่างเดียวที่ Bard มี (stun จาก Cosmic Binding) และ kit สาย cleanse บวกฮีลของ Milio ก็ล้างเกือบทุกอย่างที่เขาพยายามทำ
- Cosmic Binding ใส่แค่สโลว์ถ้าโดนคนเดียว: ถ้าไม่มีกำแพงหรือเป้าหมายตัวที่สองให้กระดอน เขาเสียแรงกดดันในเลนและการเซ็ตอัปเก็บหัวไปเกือบหมด
คอมโบ
- Q → โจมตีปกติที่ชาร์จแล้ว: ยิง Cosmic Binding ให้เข้าเพื่อเอาสโลว์ (หรือ stun ถ้ามันกระดอน) แล้วปล่อยการโจมตีปกติที่ชาร์จจาก passive เพื่อเอาดาเมจเวทเพิ่มและสโลว์อีกชั้น
- Q (กระดอนจากกำแพงหรือจากศัตรูตัวที่สอง) → R: ให้ Cosmic Binding กระดอนเพื่อ stun สองคน แล้วขังทั้งคู่ไว้ใน Tempered Fate เพื่อการเก็บหัวที่แทบจะการันตี
- E → Q: ใช้ Magical Journey ตีโอบจากมุมที่ศัตรูไม่ได้จับตา แล้วยิง Cosmic Binding ใส่เป้าที่ไม่ทันเห็นมันมาเลย
- R (แบบตั้งรับ): แช่เพื่อนที่กำลังจะตายจากการ dive หรือ all-in เพื่อซื้อเวลาให้ทีมของเรามาถึงหรือให้ burst หมดฤทธิ์ระหว่างที่เขายังแตะไม่ได้
Skill order: Q > E > W (อัป R ทุกครั้งที่อัปได้)
ช่วงต้นเกม
ในเลน Bard ไม่ได้อยู่ที่นั่นเพื่อแย่งเก็บมินเนี่ยน: งานของเขาคือ poke จากระยะไกลสุดของ Cosmic Binding และลงโทษคนที่เดินเลยเถิดด้วย stun มองหาจังหวะเซ็ต all-in กับ ADC ของเราราวเลเวล 3-4 โดยใช้ Caretaker's Shrine ที่ปล่อยให้โตไว้ก่อนเพื่อเอาฮีลและความเร็วก้อนใหญ่ ไม่ใช่พยายามชนะ trade คนเดียว เก็บระฆังที่อยู่ใกล้เลนของเราระหว่าง trade หรือตอนถอยออกมา แต่อย่าเดินไปไกลเพื่อเก็บระฆังตอนที่ ADC ของเรากำลังจะถูก dive เด็ดขาด: hook ของ Blitzcrank หรือการ engage ของ Leona ที่เราไม่ได้ขวางเพราะไปเก็บระฆังอยู่ ทำให้เสียเลนได้ทันที
Mid & late game — teamfighting
ตั้งแต่ช่วงกลางเกมเป็นต้นไป คุณค่าของ Bard มาจากการ roam: ใช้ Magical Journey หมุนไปเลนข้างและออบเจกทีฟเร็วกว่าที่ศัตรูจะตอบสนองทัน แล้วมองหา stun จาก Cosmic Binding ใส่เป้าที่แยกเดี่ยวเพื่อเปิดการ gank ใน teamfight ให้ยืนอยู่ริมวงไว้: เราแทบไม่มีความอึดเลย เพราะฉะนั้นยิง Q ใส่เป้าหมายสำคัญ เช่น ภัยคุกคามแนวหลังที่ยืนผิดตำแหน่งหรือคนที่ dive เลยเถิดเข้ามา โดยไม่ต้องเดินเข้าไปในวงเอง เก็บ Tempered Fate ไว้ใช้กับจังหวะที่พลิกเกมได้มากที่สุด: แช่คนที่ dive เข้ามากลางคอมโบเพื่อช่วย carry ของเรา แยกแชมเปี้ยนศัตรูที่ได้เปรียบออกจากทีมของเขา หรือล็อกจังหวะที่การปะทะแย่ง Baron หรือ Dragon ระเบิดขึ้นพอดี การหยุดนิ่งนี้โดนทุกคนที่อยู่ในรัศมี รวมถึงเพื่อนร่วมทีมด้วย เพราะฉะนั้นอย่ากดคร่อมแนวหน้าของเราที่กำลัง engage เด็ดขาด
Pro tips
- ตั้งใจเล็ง Cosmic Binding ให้ผ่านกำแพงป่าหรือมุมพุ่มไม้: การกระดอนจากพื้นที่เปลี่ยนสโลว์ธรรมดาให้เป็น stun เต็มๆ บนเป้าหมายที่อยู่คนเดียว
- อย่าวิ่งตามระฆังทุกใบบนแผนที่: เก็บใบที่อยู่บนทางของเราระหว่าง trade หรือตอนกลับฐาน แต่ข้ามใบที่อยู่ไกลไปเมื่อเลนหรือการปะทะต้องการให้เราอยู่ที่นั่นมากกว่า
- ใช้ Tempered Fate แบบตอบโต้ให้บ่อยเท่ากับใช้แบบบุก: การแช่ hook การ dive หรือ R ของศัตรูกลางท่า ช่วยเพื่อนร่วมทีมได้ดีเท่ากับที่การแยกเป้าหมายออกมาทำให้เก็บหัวได้