วิธีเล่น Gnar — คู่มือ Wild Rift, คอมโบ และเทคนิค
Gnar เป็น Fighter ที่แปลงร่างได้ของ Wild Rift สลับระหว่างชุดสกิลสองชุดตามที่ passive Rage Gene เติมขึ้นจากการสร้างหรือรับดาเมจ: Mini Gnar เป็น bruiser ระยะไกลที่คล่องแคล่ว poke และ kite ด้วยการขว้างบูมเมอแรงและกระโดดไปรอบเลน ส่วน Mega Gnar เป็นตัวประชิดตัวใหญ่ที่ยอมแลกระยะกับค่าสเตตัสดิบๆ stun จากการทุบพื้น และ R ที่ผลักกระแทกกำแพง ดาเมจของเขาเป็นกายภาพแทบทั้งหมด ซ้อนด้วย proc ดาเมจเวทแบบ on-hit จาก Hyper ที่ตอบแทนการ trade ต่อเนื่อง และจะพุ่งขึ้นแรงทุกครั้งที่การแปลงเป็น Mega ตรงกับจังหวะการต่อสู้ เขาอันตรายที่สุดตอนที่ตัดสินใจแปลงร่างนั้นด้วยตัวเอง ล่อให้การพลิกร่างมาลงตรงตอนที่การต่อสู้เริ่ม ไม่ใช่ปล่อยให้หลอด Rage เลือกให้
จุดแข็ง
- สองชุดสกิลในแชมเปี้ยนตัวเดียว: Mini Gnar poke และ kite ได้อย่างปลอดภัยด้วยระยะโจมตีเพิ่มได้ถึง 150 แล้ว Mega Gnar ก็มาถึงพร้อมเลือดเพิ่มได้ถึง 900 เกราะ 60 Magic Resist 70 และ Attack Damage 50 ในวินาทีที่ Rage เต็ม
- Boomerang Throw ลงโทษการยืนตำแหน่งสองครั้ง: ดาเมจกายภาพ 83 พร้อมสโลว์ตอนขาไป แล้วโดนอีกครั้งตอนขากลับ และการรับบูมเมอแรงที่กลับมาลด cooldown ลง 40% วงจร poke ของ Mini Gnar จึงวนซ้ำได้เร็ว
- passive แบบ on-hit ของ Hyper (ดาเมจเวทเพิ่มบวก Movement Speed ที่พุ่งขึ้นแล้วลดลงเรื่อยๆ ทุกหมัดที่สาม) ทำให้ Mini Gnar ชนะ trade ยาวและ disengage ได้สะอาด บวกกับ stun เป็นวงนาน 1.25 วิ จาก Wallop ตอนเป็น Mega
- GNAR! เป็น R ที่คอมโบกับกำแพงได้ดีที่สุดตัวหนึ่งในเกม: ผลักให้กระแทกภูมิประเทศแล้วสโลว์จะกลายเป็น stun เต็มรูปแบบ ขณะที่ดาเมจกระโดดจาก 200 เป็น 300
จุดอ่อน
- Rage เติมเองอัตโนมัติจากการต่อสู้ ไม่ใช่ตามคำสั่ง เขาอาจติดอยู่ในร่าง Mini ในการต่อสู้ที่ต้องใช้สเตตัสของ Mega หรือพลิกไปเป็น Mega ตรงจังหวะที่ต้องการ disengage แทน
- Mini Gnar บอบบางและระยะสั้นเมื่อเทียบกับแชมเปี้ยนสาย poke ตัวจริง ไม่มีทางหนีที่แน่นอนเมื่อ Hop ติด cooldown all-in และ dash จึงลงโทษเขาหนักก่อนที่การแปลงร่างจะมาช่วย
- แหล่งดาเมจแทบทุกอย่าง ทั้ง Boomerang Throw และ Hop การทุบพื้นของ Wallop และการผลักจาก GNAR! เป็น skillshot ที่ต้องยิงให้เข้า พลาด Q หรือ E ตอนเป็น Mini คือการทิ้งหน้าต่าง trade ไปเกือบทั้งหมด
- แพ้ trade หนักให้แชมเปี้ยนที่ชนะทั้งสองร่าง: Fighter สาย sustain อย่าง Warwick ไม่แคร์ poke ของร่าง Mini และตัว duel อย่าง Darius หรือ Fiora ก็ trade ชนะ Mega Gnar ไปเฉยๆ เมื่อการต่อสู้ยืดยาว
คอมโบ
- วงจร poke (Mini Gnar): ขว้าง Boomerang Throw จากระยะไกลสุด สอด auto-attack ให้ passive ของ Hyper proc ดาเมจเวทเพิ่มและ Movement Speed ที่พุ่งขึ้น แล้วรับบูมเมอแรงที่กลับมาเพื่อลด cooldown 40% และเริ่มใหม่อีกรอบ
- all-in ร่าง Mini: Hop ใส่เป้าหมายเอาดาเมจกายภาพ 86 พร้อมสโลว์หนัก ต่อด้วย auto-attack ช่วยกระตุ้น Hyper และปล่อยให้ขากลับของ Boomerang Throw แปะเขาอีกครั้งที่สอง
- engage ร่าง Mega: Crunch ใส่เป้าหมายเพื่อสโลว์และรวบเขาเข้ามา Wallop เพื่อ stun กลุ่มที่ติดอยู่ในการทุบพื้น แล้ว GNAR! ผลักเป้าหมายสำคัญออกไป หรือถ้าดีที่สุดคือผลักเข้ากำแพงตรงๆ เพื่อรับดาเมจเพิ่ม 50% และ stun ที่อัปเกรดแล้ว
- เก็บจังหวะพลิกร่าง: ชะลอการปิดการแลกดาเมจตอนเป็น Mini Gnar ให้หลอด Rage เต็มกลางการต่อสู้ ไม่ใช่เต็มก่อนที่มันจะเริ่ม การแปลงเป็น Mega Gnar กลางการ trade ที่กำลังแพ้พลิกให้เป็นชนะได้
Skill order: Q > W > E
ช่วงต้นเกม
เล่น Mini Gnar เหมือนแชมเปี้ยน poke ระยะกลาง: ขว้าง Boomerang Throw จากระยะไกลสุด สอด auto เพื่อกระตุ้นดาเมจเวทเพิ่มและ Movement Speed จาก Hyper และพยายามรับบูมเมอแรงตอนขากลับเพื่อลด cooldown เลี่ยงการแลกหมัดประชิดยาวๆ เพราะ Mini Gnar เลือดน้อยและไม่มีทางหนีที่แน่นอนเมื่อ Hop หมดไปแล้ว ใช้การกระโดดขยับตำแหน่งหรือปิดท้ายการ poke ไม่ใช่เพื่อเปิดการต่อสู้ ดูหลอด Rage ของเราเองให้ใกล้ชิดเท่ากับดูหลอดเลือดของศัตรู และตั้งใจจับจังหวะการแปลงเป็น Mega Gnar ครั้งแรกให้ตรงกับตอนที่ศัตรูยืนเลยเส้นหรือตอน jungler มา gank ไม่ใช่สุ่มเอากลางการ poke ตอนที่ยังต้องใช้ระยะ แม็กซ์ Boomerang Throw ก่อนเพื่อดาเมจ trade และเอา GNAR! ที่เลเวล 5 เพื่อมีตัวเลือก stun กับกำแพงทันทีที่มันพร้อม
Mid & late game — teamfighting
ตั้งแต่ช่วงกลางเกมไป งานของ Gnar คือรักษาความปลอดภัยของร่าง Mini Gnar ไว้จนถึงตอนที่การต่อสู้กำลังจะเริ่ม แล้วแปลงเป็น Mega Gnar และนำการ engage: Crunch เข้าไปที่แนวหลังหรือเป้าหมายสำคัญ Wallop เพื่อ stun ทุกคนที่ติดอยู่ในการทุบพื้น และ GNAR! ผลักภัยคุกคามตัวใหญ่ที่สุดออกจากวงสู้ หรือดีกว่านั้นคือผลักเข้ากำแพงตรงๆ เพื่อรับ stun ที่อัปเกรดและดาเมจเพิ่ม ไล่ดูตัวจับเวลา Rage ระหว่างการต่อสู้เอง: กลับไปเป็น Mini Gnar กลาง teamfight ทำให้บอบบาง ให้วางแผน all-in รอบหน้าต่างที่ Mega Gnar ให้ อย่าอยู่เกินเวลานั้นเด็ดขาด เมื่อกลับร่างแล้วให้ถอยออกมาและ kite ด้วย Movement Speed ที่เหลือจาก Hyper แทนที่จะแลกต่อ แล้วมองหาการเก็บ Rage อีกครั้งเพื่อแปลงร่างครั้งที่สองถ้าการต่อสู้ลากยาว
Pro tips
- จัดการหลอด Rage เหมือนทรัพยากร ไม่ใช่ตัวจับเวลาสุ่ม: กลั้น auto และการร่ายสกิลไว้ตอนที่อยากอยู่ร่าง Mini เพื่อ poke และ kite แล้วกดรัวๆ ก่อนจะบังคับให้ออกร่าง Mega Gnar เพื่อ engage
- มองหากำแพงเสมอก่อนจะกด GNAR! การอัปเกรด stun และดาเมจเพิ่มเมื่อกระแทกภูมิประเทศเปลี่ยน R ที่ดีให้เป็นการเซ็ตคิลที่แทบการันตี
- เก็บ Q ของเราเองทุกครั้งที่ปลอดภัย: cooldown ที่คืนมา (40% ตอนเป็น Mini Gnar และ 70% ตอนเป็น Mega Gnar) คือสิ่งที่ทำให้กด Boomerang Throw หรือ Boulder Toss รัวๆ ได้ตลอด trade หรือการต่อสู้ที่ยืดยาว