วิธีเล่น Kayn — คู่มือ Wild Rift, คอมโบ และเทคนิค
Kayn เป็น assassin สายป่าใน Wild Rift ที่สร้างมารอบการเปลี่ยนตัวตนกลางเกม: เขาเริ่มเกมเป็นตัวปะทะที่คล่องตัวพร้อมเคียว darkin ที่มีชีวิตชื่อ Rhaast แล้วเปลี่ยนร่างอย่างถาวรที่ฐานเป็นหนึ่งในสองแชมเปี้ยนซึ่งต่างกันมาก ทันทีที่แถบ passive เต็ม ขึ้นอยู่กับว่าเขาทำดาเมจแบบไหน เขาจะกลายเป็น Shadow Assassin ที่คล่องจัดและ burst แรง หรือ Rhaast ที่ถึกและฮีลตัวเองในการ duel ย้ายรูปแบบดาเมจจากกายภาพผสม burst เวทไปเป็นดาเมจกายภาพที่หนักขึ้นและขับด้วย sustain ทางไหนก็ตาม แผนของเขาหมุนรอบการแยกเป้าเดี่ยวออกมา ไม่ว่าจะเป็นแคมป์ป่า ตัวเดินเลนที่อยู่คนเดียว หรือ carry ศัตรูใน teamfight ไม่ใช่การยืนบดในไฟต์ยาว ๆ ก่อนที่การเปลี่ยนร่างจะสมบูรณ์
จุดแข็ง
- Shadow Step (E) ให้ความคล่องตัวในการข้ามภูมิประเทศระดับดีที่สุดในบรรดา jungler: Movement Speed เสริม 35% (หรือ 75% ตอนเป็น Shadow Assassin) และเดินทะลุกำแพงตรง ๆ ได้นานถึง 5 วิ ทำให้จัดการ gank ไล่ล่า หรือหนีจากมุมที่แชมเปี้ยนส่วนใหญ่ไปไม่ถึงได้
- Umbral Trespass (R) ฝังตัวเข้าไปในเป้าและทำให้ Kayn ถูกเล็งเป้าไม่ได้นาน 2.5 วิ ก่อนจะระเบิดออกมาเป็นดาเมจกายภาพ 200 เขาเลยเข้าถึงเป้าสำคัญได้แบบเกือบการันตีไม่ว่าฝ่ายนั้นจะปัดกันดีแค่ไหน และการอัปเกรดเป็น Shadow Assassin ยังเพิ่มระยะของมันพร้อมรีเซ็ต cooldown ของ The Darkin Scythe (passive) ในจังหวะที่เขาระเบิดออกมา
- ตัวตนของเขาปรับตามเกมได้ ไม่ใช่ถูกล็อกตั้งแต่ตอนเลือกแชมเปี้ยน: เดินทางไป Shadow Assassin เพื่อ pick เป้าตัวบางด้วย burst หนัก ๆ หรือไป Rhaast เพื่อเป็นนัก duel ตัวถึกที่ฮีล 24% ของดาเมจทั้งหมดซึ่งทำใส่แชมเปี้ยน เดินเข้าไฟต์ที่ดูเสียเปรียบแล้วยังออกมาได้เปรียบ
- เมื่อเปลี่ยนร่างสมบูรณ์แล้วเขาถึงจุด power spike จริง ๆ: จาก jungler ที่ยังกระอักกระอ่วนช่วงก่อนเลเวล 5 กลายเป็นหนึ่งในภัยคุกคามด้านการปะทะและการ pick ที่น่ากลัวที่สุดบน Rift ยิ่งพอมี Youmuu's Ghostblade หรือ Duskblade of Draktharr มาเติม burst กับความคล่องตัวให้อีก
จุดอ่อน
- Kayn ก่อนเปลี่ยนร่างอ่อนจริง ๆ: เคลียร์ป่าช้าและ 1v1 ไม่น่ากลัวเลยจนกว่าแถบ passive จะเต็ม เขาเลยเปิดช่องให้ถูก invade และถูกแย่งป่าในช่วงไม่กี่นาทีแรก
- เขาไม่มี CC หนักของตัวเองเลยนอกจากสโลว์ 90% ของ Blade's Reach (W) และ knock-up ของ Rhaast เขาเลยพึ่งเพื่อนร่วมทีมอย่างหนักในการล็อกเป้าหรือเก็บคนที่หลุดไปแล้วเขาไล่ไม่ทัน
- การเลือกร่างผิดกับเกมนั้น เช่น ไป Rhaast เจอทีมศัตรูที่เน้น poke และ kite หรือไป Shadow Assassin เจอทีมที่ไม่มีเป้าให้แยกออกมาเลย ทำให้เขาต้องสู้กับสกิลของตัวเองไปตลอดทั้งแมตช์ เพราะการเปลี่ยนร่างเป็นแบบถาวร
- เอฟเฟกต์เผยตัว true sight และ CC แบบ point-and-click ลดทอนความถูกเล็งเป้าไม่ได้ของ Umbral Trespass และ jungler หรือตัวเดินเลนที่ duel เก่งช่วงต้นเกมก็ทุบเขาได้ง่าย ๆ ก่อนที่เขาจะได้เลือกร่างด้วยซ้ำ
คอมโบ
- เข้าด้วย Reaping Slash (Q) ตีหนึ่งครั้ง แล้วต่อ Blade's Reach (W) - dash จาก Q เปิด trade ด้วยดาเมจกายภาพสองครั้ง ครั้งละ 70 การตีหนึ่งครั้งทำให้ดาเมจเดินต่อ และ W ที่ให้ดาเมจกายภาพ 105 พร้อมสโลว์ 90% (หรือ knock-up ของ Rhaast) หยุดเป้าไม่ให้เดินออกนอกระยะไปเฉย ๆ ก่อนที่เราจะเก็บได้
- Shadow Step (E) ทะลุกำแพงแล้วต่อ Umbral Trespass (R) - ข้ามภูมิประเทศด้วย E เพื่อโผล่จากมุมที่ไม่มีใครมอง แล้วฝังตัวเข้าเป้าด้วย R เพื่อให้ถูกเล็งเป้าไม่ได้ระหว่างที่ดาเมจกายภาพ 200 นับถอยหลัง เปลี่ยน gank ธรรมดาให้เป็น gank ที่แทบหลบไม่ได้
- ปิดระยะด้วย Umbral Trespass (R) กด Reaping Slash (Q) ตอนระเบิดออกมา แล้วปิดคิลด้วย Blade's Reach (W) - การฝังตัวก่อนทำให้ข้ามระยะได้อย่างปลอดภัยสมบูรณ์ระหว่างที่ดาเมจระเบิด 200 กำลังสะสม การโดนสองครั้งของ Q เติมดาเมจทันทีที่เราโผล่ขึ้นข้างเขา และสโลว์ของ W (หรือ knock-up ของ Rhaast) ก็ตัดเส้นทางหนีของเขาก่อนที่ดาเมจ execute จะลง
- เปิดด้วย Blade's Reach (W) ก่อนแล้วต่อ Q กับการตี - เจอเป้าที่ลื่นและมี dash เยอะ ให้ลงสโลว์ 90% ก่อนจะทุ่มคอมโบส่วนที่เหลือ เพราะมันการันตีว่าท่าต่อจะเข้า แม้การอ่านตำแหน่งของเขาครั้งแรกจะพลาดไปก้าวหนึ่ง
Skill order: Q > W > E (อัป R ที่เลเวล 5/9/13 ทุกครั้งที่ขึ้นได้)
ช่วงต้นเกม
ใช้ Reaping Slash (Q) เร่งการเคลียร์ป่าและรักษาเลือดให้ดีตลอดทางก่อนที่การเปลี่ยนร่างจะเสร็จ และตั้งใจเลือกว่าจะทำดาเมจใส่แชมเปี้ยนประเภทไหน: ตีเป้าระยะไกลจะสะสมไปทาง Shadow Assassin ตีเป้าระยะประชิดจะสะสมไปทาง Rhaast เลือกจากองค์ประกอบทีมของเรากับ matchup ที่เห็นอยู่ ไม่ใช่ปล่อยให้เกิดขึ้นแบบไม่ตั้งใจ หลีกเลี่ยง duel ยาว ๆ หรือการ invade ในช่วงนี้ เพราะ Kayn ก่อนเปลี่ยนร่างแพ้ไฟต์ที่ยุติธรรมเกือบทุกครั้ง ให้มองหา gank ที่ Shadow Step (E) พาเราข้ามกำแพงไปได้มุมสวย ๆ แทน และเก็บ all-in ก้อนใหญ่ไว้จนถึงจังหวะที่แถบ passive เต็ม เพราะการเปลี่ยนร่างครั้งแรกคือ power spike จริง ๆ ที่คุ้มค่าจะจับจังหวะรอ
Mid & late game — teamfighting
ใน teamfight ของ Wild Rift Kayn เล่นด้านข้าง ไม่ใช่แถวหน้า: ใช้ Shadow Step (E) ตัดผ่านภูมิประเทศเพื่อหามุมที่ Umbral Trespass (R) เอื้อมถึงเป้าที่สำคัญที่สุดของศัตรู ซึ่งมักเป็น carry ดาเมจหลักของเขา ถ้าเป็น Shadow Assassin ให้มองทุกไฟต์เป็นการลอบสังหาร: มุดเข้าไปหลัง Q และ R ระหว่างที่ช่วงดาเมจเวทเสริม 52% ของ passive ยังเปิดอยู่ ลบเป้าที่โดดเดี่ยวแล้วออกมา ถ้าเป็น Rhaast ให้ขึ้นไอเทมสาย Eclipse กับ Serylda's Grudge แล้วยืนแถวหน้าตรง ๆ ใช้การฮีลตามดาเมจจาก passive กับ knock-up ของ Blade's Reach (W) ล็อกเป้าไว้ให้ทีมรุมต่อ เล็ง Umbral Trespass ไปที่เป้าที่ทีมตามเก็บได้จริงเสมอ เพราะการหน่วง 2.5 วิก่อนระเบิดให้เวลาฝ่ายป้องกันตั้งตัวได้ถ้าเราเลือกร่างผิดคน
Pro tips
- ตัดสินใจเรื่องร่างอย่างตั้งใจก่อนเข้าแคมป์แรก: ดูองค์ประกอบทีมศัตรูกับสิ่งที่ทีมเราต้องการ แล้วเอนดาเมจในป่าไปทางเป้าระยะไกลหรือระยะประชิดให้สอดคล้องกัน เพราะการเปลี่ยนร่างเป็นแบบถาวรไปตลอดเกม
- ความถูกเล็งเป้าไม่ได้ของ Umbral Trespass ใช้หนีได้ดีเท่ากับใช้ engage: ใช้มันหลบคอมโบ burst หรือ gank ที่มาไม่ดี ไม่ใช่แค่ใช้เปิดไฟต์
- อย่าฝืนหาปะทะก่อนที่แถบ passive จะเต็ม: ช่วงต้นเกมที่เงียบแล้วจบด้วยการเปลี่ยนร่างสำเร็จ ดีกว่าช่วงต้นเกมที่ดุแล้วทำให้ติดอยู่กับร่างที่ยังไม่มาไปตลอดแมตช์