วิธีเล่น Singed — คู่มือ Wild Rift, คอมโบ และเทคนิค
Singed เป็นแท็งก์ใน Wild Rift ที่สร้างมาเพื่อเปลี่ยนความอึดให้เป็นการโจมตี: เดินไปทางไหนก็ทิ้ง Poison Trail ที่สร้างดาเมจไว้ตรงนั้น และใช้ Fling เหวี่ยงศัตรูหนึ่งคนไปยังจุดที่ต้องการเป๊ะๆ ส่วนใหญ่คือเข้าไปกลางทีมของเราเองหรือลงไปในแอ่ง Mega Adhesive ไม่ใช่ตัว burst เพราะดาเมจมาจากการกัดกร่อนต่อเนื่องและการบังคับให้ศัตรูยืนผิดที่ ไม่ใช่การตีหนักทีเดียว สิ่งที่มีค่าจริงๆ คือการล่อให้ไล่ การคุมพื้นที่ และการเปลี่ยนศัตรูที่เดินเลยเส้นหนึ่งคนให้เป็น kill ฟรีๆ ของทีม
จุดแข็ง
- ลงโทษคนที่ไล่ตามอย่างหนัก: ใครทุ่มตัวมาไล่ก็จะกิน Poison Trail ตลอดทาง แล้วอาจถูก Fling เหวี่ยงกลับเข้าไปกลางเพื่อนร่วมทีมของเราเลย
- เป็นสาย proxy farm ระดับท็อป: Poison Trail เคลียร์เวฟเร็วพอที่จะดันไซด์เลนลึกเข้าไปในเขตศัตรู แล้วบังคับให้ jungler หรือคนเลนฝ่ายศัตรูเสียเวลาไล่เราแทนที่จะไปทำอะไรที่มีประโยชน์
- Mega Adhesive บวก Fling คือคอมโบล็อกตัวที่เกือบสมบูรณ์ ดึงศัตรูหนึ่งคนออกจากไฟท์ได้แทบจะด้วยตัวเองเลย
- Insanity Potion เปลี่ยนเราให้เป็นภัยของจริงในการปะทะเป็นเวลา 20 วิ บัฟค่าสถิติให้ตัวเองกับเพื่อนที่อยู่ใกล้ที่สุด ขณะที่ดาเมจพิษติด grievous wounds ด้วย ซึ่งโหดมากกับทีมที่เน้นการฮีล
จุดอ่อน
- burst ทันทีต่ำ: ทุกอย่างที่ทำเป็นดาเมจต่อเนื่องหรือ utility เลยสาย duel ที่ดุมากๆ ฆ่าเราได้ก่อนที่พิษจะสะสมทัน
- พวกระยะไกลที่ kite เก่งและแชมเปี้ยนที่คล่องตัวสูงยืนอยู่นอกระยะ Poison Trail แล้วหลบ Fling ได้หมด ซึ่งทำให้ชุดสกิลของเราแทบไม่มีความหมาย
- Fling คือการทุ่มตัว: ถ้าพลาดหรือถูกล่อให้กดทิ้งเร็วเกินไป ก็แทบไม่มีทางอื่นที่จะล็อกเป้าหมายได้เลย
- อ่อนก่อนเลเวล 5: ถ้าไม่มี Insanity Potion ก็มักรอดในเลนได้ แต่แทบไม่เคยชนะไฟท์ตรงๆ เลยตัวที่ดุในช่วงต้นยังกดเราไปมาได้อยู่
คอมโบ
- Q ต่อ E: เปิด Poison Trail ตอนเดินเข้าไปปิดระยะ ให้เป้าหมายกินดาเมจจากรอยพิษไปก่อนแล้ว จากนั้นค่อย Fling ตอนที่อยู่ลึกในพิษ: เวลาที่ต้องลอยอยู่ในพิษเพิ่มขึ้นสะสมดาเมจได้เร็วมาก
- W ต่อ E: วาง Mega Adhesive ที่เท้าเป้าหมายหรือเลยไปเล็กน้อย แล้ว Fling ให้ตกลงไปในนั้น: การตกลงในกาวหลังถูก Fling ทำให้ติด root เต็มๆ เปลี่ยนการผลักธรรมดาให้เป็นการล็อกตัวสมบูรณ์
- R ต่อ Q แบบเปิดต่อเนื่อง: กด Insanity Potion ตอนที่การปะทะเริ่มพอดี แล้วเปิด Poison Trail ไว้ทั้งไฟท์ ให้ผลลดการฮีลปิด sustain ของศัตรู ขณะที่บัฟค่าสถิติพยุงเราและเพื่อนที่อยู่ใกล้ที่สุดให้รอด
- E ต่อ W เพื่อ peel: ใช้ Fling กระชากคนที่ dive ออกจาก carry ของเรา แล้ววาง Mega Adhesive ใต้ตัวเขาทันที เพื่อไม่ให้ dash กลับเข้ามาง่ายๆ
Skill order: Q > E > W (อัป R ทุกครั้งที่ได้)
ช่วงต้นเกม
พึ่ง Poison Trail เพื่อ proxy farm: ดันเวฟให้ลึกแล้วให้ความเร็วในการเคลียร์กับความอึดเปลี่ยนการไล่ให้เป็นปัญหาของศัตรู ไม่ใช่ของเรา อย่า trade สั้นๆ ก่อนเลเวล 2 เด็ดขาด เพราะยังไม่มีแรงกดดันเรื่อง kill จริงๆ แต่พอมี Q กับ E แล้ว คู่แข่งที่เดินเลยเส้นจะโดนพิษ โดน Fling เหวี่ยงถอยหลัง แล้วถูกลงโทษหนักได้ จัดการเวฟตามว่ากำลังจะถูก dive หรือไม่: freeze ถ้าต้องเล่นปลอดภัย ดันเวฟถ้าอยากไป proxy และถือว่าเลเวล 5 คือจุดแรงจริงของเรา เพราะนั่นคือตอนที่ Insanity Potion เปลี่ยนการปะทะจากแค่เอาตัวรอดแล้วกลับไปรีเซ็ต ให้กลายเป็นการชนะได้จริงๆ
Mid & late game — teamfighting
ในการปะทะช่วงกลางถึงท้ายเกม Singed ไม่ใช่แนวหน้าที่ปักหลักรับดาเมจ แต่เล่นอยู่ริมๆ วาง Mega Adhesive ที่คอขวดหรือใต้แถวหลังของศัตรู แล้ว Fling ใครก็ตามที่ dive หรืออ้อมมาหา carry ของเรา เพราะ Fling เหวี่ยงเป้าหมายไปไว้ข้างหลังตัวเรา ให้ดูทิศที่หันหน้าอยู่: ยืนระหว่างเป้าหมายกับ carry ของเราเมื่ออยากกระชากภัยออกห่างจากพวกเขา หรือยืนระหว่างเป้าหมายกับทีมศัตรูเมื่ออยาก Fling ให้ตกกลางเพื่อนร่วมทีมของเราเพื่อเก็บ kill จับจังหวะ Insanity Potion ให้ตรงตอนที่ไฟท์เริ่มจริงๆ ไม่ใช่ก่อนไฟท์ เพื่อให้ช่วง 20 วิ กับผล grievous wounds คลุมการปะทะทั้งหมด และพยายามอยู่ใกล้ carry หลักตอนกด เพราะเขาได้รับบัฟ 30% ด้วย
Pro tips
- เปิด Poison Trail ไว้เป็นค่าเริ่มต้นตอนเดินไปมาบนแมพ ไม่ใช่แค่ในไฟท์: ถือเป็นการเคลียร์เวฟและดาเมจกัดกร่อนแบบฟรีๆ
- จำไว้ว่า Fling เหวี่ยงไปทางไหน: เป้าหมายจะไปอยู่ข้างหลังตัวเรา เลยต้องคิดเรื่องทิศที่หันหน้าก่อนกด ไม่ใช่หลังกด
- อย่ากด Insanity Potion แบบตื่นตูมเพียงเพื่อหนีเด็ดขาด: ถ้ากลั้นไว้ได้อีกแค่วินาทีเดียว การเก็บไว้ใช้ในไฟท์จริงได้ค่ามากกว่าเยอะ ทั้งจากบัฟค่าสถิติและ grievous wounds