วิธีเล่น Sona — คู่มือ Wild Rift, คอมโบ และเทคนิค
Sona คือซัพพอร์ตสาย enchanter ที่ขับเคลื่อนด้วยเสียงดนตรีของ Wild Rift สร้างมารอบออร่าทั้งตัว: ทุกสกิลพื้นฐานที่ร่ายจะห่อเพื่อนที่อยู่ใกล้ด้วยบัฟสั้นๆ ไม่ว่าจะเป็น AD เพิ่ม shield หรือ Movement Speed เพิ่ม ขณะที่ดาเมจของตัวเองเป็นดาเมจเวทและมาจาก poke มากกว่าคอมโบ burst ถูกจัดว่าเป็นหนึ่งในซัพพอร์ตที่หยิบมาเล่นง่ายที่สุดในเกม แต่ศักยภาพในการทำ assist ที่สูงลิ่วกับความอึดที่แทบไม่มีเลย ทำให้เล่นเหมือนสถานีบัฟเดินได้ที่ต้องมีคนคุ้มกัน มากกว่าเป็นตัวที่ออกไปตีเอง ถ้าชอบปั้นไฟท์ด้วย utility ที่เปิดอยู่ตลอดมากกว่าการเอาชนะด้วยฝีมือกดสกิล Sona คือหนึ่งในซัพพอร์ตที่คุ้มค่าที่สุดใน Wild Rift
จุดแข็ง
- ทุกครั้งที่ร่าย Q W หรือ E จะเปิดออร่า 3-5 วิ เลยแค่กดสกิลตาม cooldown ก็ป้อน AD เพิ่มจาก Hymn of Valor shield กันดาเมจจาก Aria of Perseverance หรือ Movement Speed จาก Song of Celerity ให้เพื่อนที่อยู่ใกล้ได้ตลอด
- Power Chord เปลี่ยนการร่ายสกิลครั้งที่สามให้เป็น basic attack เสริมพลังฟรีๆ ที่ให้ดาเมจเวทเพิ่มบวก stun 0.5 วิ เป็นศักยภาพ peel และ pick ที่มหาศาลสำหรับซัพพอร์ตที่ดาเมจส่วนตัวต่ำ
- Crescendo คือ R ที่ตัดสินเกมได้จริง: คลื่นเสียงที่เดินหน้าไปข้างหน้า stun เป้าหมายแรกที่สัมผัส สโลว์ทุกคนที่ติดอยู่ข้างใน และปล่อยดาเมจซ้ำทุก 0.75 วิ
- การลง R ยังเสริมพลังออร่าทุกอันเป็นเวลา 20 วิ ถัดไป เลย R ที่จับจังหวะดีๆ ยกทั้งชุดสกิลของเรา ทั้งฮีล shield ความเร็ว และดาเมจ ให้เป็นเวอร์ชันที่แรงขึ้นพอดีตอนที่ไฟท์เปิด
จุดอ่อน
- ความอยู่รอดของตัวเองต่ำมาก: ถูกจัดอยู่ในกลุ่มซัพพอร์ตที่บอบบางที่สุดในเกม และไม่มีเครื่องมือสายรับจริงจังเลยนอกจากการยืนตำแหน่งกับความเร็วที่เพิ่มจาก Song of Celerity
- ซัพพอร์ตสาย hook และ dive อย่าง Blitzcrank หรือ Leona ลงโทษได้ทันที: จับทีเดียวหรือ all-in ลงทีเดียวมักจบเกมของเราตรงนั้นเลย
- เลือดตกเข้าระยะท่าประหารเร็วกว่าซัพพอร์ตส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นสิ่งที่แชมเปี้ยนอย่าง Pyke ถูกสร้างมาเพื่อใช้ประโยชน์พอดี
- การเปิดออร่าต่อเนื่องขึ้นอยู่กับการกด Q W E ซ้ำๆ ตลอด เลย silence stun หรือการถูกบังคับให้ disengage ที่ทำให้ร่ายสกิลไม่ได้ ทำให้ทีมไม่มีบัฟแทบจะทันที
คอมโบ
- Q > W > E > basic attack เสริมพลัง: การวนสกิลพื้นฐานทั้งสามอันจะ proc Power Chord ในการร่ายครั้งที่สาม ให้ basic attack ดาเมจโบนัสฟรีๆ พร้อม stun 0.5 วิ ไว้เปิดหรือปิดการ trade
- R > Q: เปิดไฟท์ด้วย Crescendo เพื่อ stun และสโลว์แนวหน้าของศัตรู แล้วยิง Hymn of Valor ใส่กลุ่มนั้นต่อไปเรื่อยๆ ระหว่างที่ออร่าถูกเสริมพลังอยู่ 20 วิ ถัดไป
- E ใส่ตัวเอง > ขยับตำแหน่ง > W: ใช้ความเร็วจาก Song of Celerity เข้าหาหรือถอยห่าง แล้วลง Aria of Perseverance ฮีลตัวเองกับเพื่อนที่ HP ต่ำสุดเมื่อกลับเข้าระยะแล้ว
- basic attack จาก Power Chord > ให้เพื่อนต่อ > R: ล่อ stun ออกจากการโจมตีเสริมพลังก่อนเพื่อให้ carry ของเราทุ่มตัวเข้าได้ แล้วปล่อย Crescendo เป็น stun กับสโลว์ชุดต่อไปถ้าไฟท์ยาว
Skill order: Q > W > E อัป Hymn of Valor เต็มก่อนเพื่อ poke และแรงกดดันเวฟ แล้วอัป R ทุกครั้งที่ได้ (เลเวล 5/9/13)
ช่วงต้นเกม
ยืนเลนที่ระยะไกลสุดและนำทุกการ trade ด้วย Hymn of Valor: ดาเมจบวกบัฟออร่าโจมตีที่ติดกับการตีครั้งถัดไปของ ADC ลงโทษใครก็ตามที่เดินเข้ามาแบบไม่ระวัง สอด Aria of Perseverance เข้าไปทุกครั้งที่คู่เลนเลือดตก ไม่ต้องรอจนถึงจังหวะฉุกเฉิน เพราะ shield ก้อนเดียวก็พลิก trade ที่แย่ให้เสมอกันได้ พยายามจับจังหวะการร่ายสกิลครั้งที่สามให้ basic attack เสริมพลังที่ stun ของ Power Chord ลงพอดีตอนที่ ADC เหวี่ยง นั่นมักเป็นความต่างจริงๆ ระหว่างการแลก poke กับการได้ kill เลเวล 5 คือจุดแรงใหญ่จุดแรก: เมื่อ Crescendo มาแล้ว all-in ที่ดูไม่มีทางชนะก่อนหน้านี้ก็ชนะได้ทันที
Mid & late game — teamfighting
ตั้งแต่ช่วงกลางเกม หน้าที่คือยืนหลังแนวหน้าเล็กน้อยและวน Q W E ไปเรื่อยๆ ให้ทีมไม่เคยตกอยู่ในสภาพที่ไม่มีออร่าเปิดอยู่ ทุกการร่ายคือดาเมจ shield หรือความเร็วเพิ่มอีกไม่กี่วินาทีให้คนที่อยู่ใกล้เรา ใช้ Crescendo เปิดไฟท์หรือตอบการ engage ของศัตรู: เล็งคลื่นโน้ตที่เดินหน้าให้ผ่านกลุ่ม carry ที่กระจุกกันอยู่ เพื่อให้ stun จากการโดนครั้งแรกลงที่เป้าหมายสำคัญของเขา และให้สโลว์ขังคนที่เหลือไว้ในดาเมจที่เต้นซ้ำๆ อยู่ห่างจากแนวหน้าเพราะ HP มีน้อยมาก และเก็บ Song of Celerity ไว้ขยับทีมออกจากอันตรายหรือเข้าหาระยะอย่างปลอดภัยก่อนจะทุ่ม R
Pro tips
- ร่าย Q W และ E เป็นจังหวะสม่ำเสมอ ไม่ใช่กดมั่วๆ เพื่อให้รู้ตลอดว่า basic attack จาก Power Chord ครั้งถัดไปจะมาเมื่อไหร่ และจับจังหวะลงใส่เป้าหมายจริงได้
- ออร่าไม่ซ้อนกันและอยู่แค่ไม่กี่วินาที เลยกดใหม่ตาม cooldown ได้เลยแม้ไม่มีเหตุผลชัดเจนที่จะตี การเปิดไว้ตลอดสำคัญกว่าการประหยัดมานา
- ถือว่า Crescendo เป็นเครื่องมือเปิดไฟท์เชิงรุก ไม่ใช่ปุ่มตื่นตูม: การกดหลังจากไฟท์แย่ไปแล้วทำให้ช่วง 20 วิ ของออร่าเสริมพลังที่ได้มาเสียเปล่า