วิธีเล่น Twisted Fate — คู่มือ Wild Rift, คอมโบ และเทคนิค
Twisted Fate เป็น Mage สาย burst ระยะไกลที่เล่นเลนมิดเป็นหลักใน Wild Rift ชุดสกิลของเขาสร้างจากการ์ดและวางอยู่บนเรื่องเดียวล้วนๆ: เลือกสีให้ถูกในจังหวะที่ถูก เขา poke และเคลียร์เวฟด้วย Wild Cards (Q) แล้วเปลี่ยน Pick a Card (W) ที่จับจังหวะดีๆ ให้เป็นการตีปกติเสริมพลังที่ stun หรือดาเมจหนัก และพอ Destiny (R) พร้อมใช้ที่เลเวล 5 เขาก็กลายเป็นตัวส่องที่ดีที่สุดบนแผนที่ เปิดตัวแชมเปี้ยนศัตรูทุกตัวและวาร์ปไปที่ไหนก็ได้ที่ต้องการตัวเขา เขาตีหนักจากระยะไกลแต่แทบไม่มีเครื่องมือป้องกันตัวเลย จึงเล่นเหมือนพลซุ่มยิงและตัว roam มากกว่าจะเป็นตัวลุยแนวหน้า
จุดแข็ง
- Wild Cards (Q) ยิงกระสุนออกไป 3 ลูกแยกกันต่อการร่ายหนึ่งครั้ง ทำให้เขามี poke และการเคลียร์เวฟที่แข็งที่สุดในบรรดา mage เลนมิด
- Gold Card จาก Pick a Card (W) ที่จับจังหวะดีๆ เปลี่ยนการตีปกติครั้งเดียวให้เป็น stun 1.25 วิ ซึ่งเปิดทางให้ Wild Cards ตามลงแทบจะการันตี
- การเปิดตัวศัตรูทั่วแผนที่ของ Destiny (R) บวกกับการวาร์ป ทำให้เขามีอิทธิพลทั่วแผนที่: ส่องการปะทะชิงออบเจกทีฟหรือไปโผล่ที่เลนข้างได้ แม้เลนของตัวเองจะยันกันอยู่
- ทั้ง Loaded Dice และ active ของ Stacked Deck (E) จ่ายเงินเพิ่มเมื่อเก็บศัตรูได้ Twisted Fate ที่ขึ้นนำจึงโตพุ่งไปถึงไอเทมหลักได้เร็ว
จุดอ่อน
- เปราะบางมากเมื่อ cooldown หมด: ไม่มี shield ไม่มีฮีล ไม่มี dash all-in ที่เข้าสะอาดๆ จึงมักเก็บเขาตายไปเลย
- Pick a Card (W) ต้องหมุนไว้ล่วงหน้า ถ้าถูกจับปะทะก่อนที่สีที่ต้องการจะขึ้น burst ของเขาจะเหลือแค่เศษเดียวของที่ควรจะเป็น
- การวาร์ปของ Destiny (R) ต้องร่ายค้าง 1.5 วิ ให้เห็นกันชัดๆ ก่อนจะไปถึง R ที่กดผิดจังหวะจึงมัดเขาเข้ากับการปะทะที่ชนะไม่ได้
- นอกจาก stun จาก Gold Card เขาแทบไม่มีการกันศัตรูออกจากเพื่อนหรือ CC หนักๆ เลย จึงปกป้อง carry ที่กำลัง duel หรือ dive อยู่ได้ยาก
คอมโบ
- ตีปกติด้วย Gold Card แล้วต่อ Wild Cards (Q): ลงการตีปกติเสริมพลังให้ติด stun ก่อน แล้วเทการ์ดทั้ง 3 ใบใส่เป้าหมายที่ติด stun อยู่เพื่อ burst สะอาดๆ
- Wild Cards (Q) แล้วต่อการตีปกติด้วย Blue หรือ Red Card แล้วปล่อยการ์ด Q ที่เหลือเข้า: เปิดด้วย Wild Cards จากระยะไกลสุด ตามด้วยการ์ดใบที่เก็บไว้ (Blue เอาดาเมจกับมานาคืน Red เอาสโลว์เป็นวง) แล้วให้การ์ดที่ตามมาปิด trade
- เปิดตัวศัตรูด้วย Destiny (R) แล้ว roam แล้ววาร์ปด้วย Destiny แล้วตีปกติด้วย Gold Card แล้วต่อ Wild Cards (Q): ร่ายครั้งแรกเพื่อส่องหาเป้าหมายเลือดน้อยที่ไหนก็ได้บนแผนที่ ครั้งที่สองวาร์ปไปหาเขา stun ด้วยการตีปกติเสริมพลัง แล้ว burst เก็บก่อนที่เขาจะตอบสนองทัน
- กด active ของ Stacked Deck (E) แล้วสอดการตีปกติสลับกับ Wild Cards (Q): กดบัฟ Attack Speed สำหรับ trade ที่ยืดยาว จับจังหวะการตีปกติให้ไปลงที่ครั้งที่ 4 ซึ่งมีดาเมจเพิ่ม พร้อมกับเจียนด้วย Wild Cards แทรกไปด้วย
Skill order: Wild Cards (Q) > Pick a Card (W) > Stacked Deck (E) และอัป Destiny (R) ที่เลเวล 5/9/13: อัป Q ก่อนเพื่อ poke และเคลียร์เวฟ แล้ว W เป็นอันที่สองเพื่อย่นรอบการสับการ์ด สีที่ต้องการจะขึ้นบ่อยขึ้น
ช่วงต้นเกม
พึ่งระยะของ Wild Cards เพื่อ poke และเคลียร์เวฟไปในจังหวะเดียวกัน แทนที่จะฝืน all-in ก่อนเลเวล 5: Twisted Fate ชนะเกมยาว ไม่ใช่ trade สั้นๆ ปล่อยให้ Pick a Card สับอยู่เบื้องหลังตลอด แม้ตอนที่ยังไม่ได้จะปะทะ เพื่อให้มีการ์ดเก็บไว้แล้วทันทีที่ช่อง trade จริงๆ เปิดขึ้น เคารพว่าเขารับดาเมจได้น้อยแค่ไหน: อะไรที่มี dash หรือ engage หนักๆ ปิดระยะเข้ามาเก็บเขาได้ก่อนที่ Wild Cards จะพ้น cooldown ด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นถือความได้เปรียบจาก poke ไว้ อย่าฝืนหาการปะทะเด็ดขาด พอถึงเลเวล 5 ให้เริ่มชั่งน้ำหนักทุกเวฟกับค่าของการใช้ Destiny ไปเช็กเลนข้างหรือออบเจกทีฟ แทนที่จะ farm อยู่เฉยๆ
Mid & late game — teamfighting
ตั้งแต่ช่วงกลางเกมเป็นต้นไป Twisted Fate อยากปะทะจากระยะไกลสุด เจียนแนวหน้าด้วย Wild Cards ขณะที่เก็บ Gold Card ไว้รอเป้าหมายตัวบางที่เดินหลุดตำแหน่งออกมา ร่ายการเปิดตัวของ Destiny ก่อนที่การปะทะจะเริ่ม ไม่ใช่ตอนที่กำลังปะทะกันอยู่ เพื่อส่องหา jungler ศัตรูและทางที่เขาจะอ้อมมา และให้ถือว่าครึ่งที่เป็นการวาร์ปคือเครื่องมือจัดตำแหน่งสำหรับ splitpush หรือไปช่วยการปะทะที่เลนข้าง ไม่ใช่ปุ่มตกใจ: การร่ายค้าง 1.5 วิ เปิดตัวเขาให้โดนเก็บถ้าศัตรูอ่านทางออก ในการปะทะเอง ให้ kite ถอยหลัง สอดการตีปกติไปเรื่อยๆ ให้ถึงครั้งที่มีดาเมจเพิ่มของ Stacked Deck และใช้ stun จาก Gold Card กับภัยคุกคามแถวหลัง ไม่ใช่ไปแลกดาเมจกับแนวหน้า
Pro tips
- หมุน Pick a Card ไว้ทุกครั้งที่มันพ้น cooldown แม้ตอนที่ไม่ได้ปะทะ: Twisted Fate ที่นิ่งอยู่โดยไม่มีการ์ดเก็บไว้ คือการทิ้งดาเมจไปครึ่งหนึ่ง
- ใช้การเปิดตัวของ Destiny เชิงรุกก่อนการปะทะชิง Baron หรือ Dragon: การมองเห็นทั่วแผนที่มักมีค่ามากกว่าตัวการวาร์ปเอง
- ปรับบิลด์ตามเกม: Rod of Ages ตอนที่ต้องการ sustain ในเลนและมานา Rabadon's Deathcap ตอนที่ขึ้นนำแล้วอยากยิงตัวบางให้ตายทีเดียว Lich Bane ถ้าสอดการตีปกติเพิ่มเข้าไปในรอบสกิลด้วย