วิธีเล่น Vladimir — คู่มือ Wild Rift, คอมโบ และเทคนิค
Vladimir หรือ the Crimson Reaper เป็นเมจสาย scaling ในเมตาบนเซิร์ฟเวอร์จีน (国服) ของ Wild Rift ที่แลกเลือดตัวเองกับดาเมจเวทและ sustain เพราะ passive ที่แปลงเลือดเสริมเป็นพลังเวท เขาชนะการปะทะด้วยการ poke ด้วย Transfusion มุดลง Sanguine Pool เพื่อสลัด burst ออก แล้วปิดกลุ่มศัตรูที่รวมตัวกันด้วยการระเบิดพื้นที่แบบหน่วงเวลาของ Hemoplague เขาตีแรงและยืนได้ดีในการ trade ยาวๆ แต่ให้เครื่องมือกันศัตรูออกจากเพื่อนและ CC กับทีมได้น้อย
จุดแข็ง
- การเลี้ยงตัวเองในเลนอยู่ระดับสูงสุด: ฮีลของ Transfusion กับการฮีลตามดาเมจของ Sanguine Pool ให้เขาชนะการ trade ยาวๆ ที่จะทำให้เมจตัวอื่นส่วนใหญ่หมดแรงไปก่อน
- Sanguine Pool เป็นเครื่องมือหนีและลงโทษของจริงเมื่อเจอ all-in การ dive และอัลติเมทที่เป็น CC หนัก ให้สภาพ untargetable 2 วิ พร้อมดาเมจเป็นพื้นที่และการฮีลติดมาในตัว
- Crimson Pact แปลงเลือดเสริมเป็นพลังเวท การขึ้นไอเทมสายอึดจึงยังแปลงเป็นดาเมจได้ ทำให้บิลด์ของเขายืดหยุ่นและให้อภัย และ scaling ต่อไปได้จนถึงช่วงท้ายเกม
- Hemoplague เป็นอัลติเมทที่กำหนดผลการปะทะ: มันแปะตราทีมที่รวมตัวกันทั้งทีม ฮีลเขาจากแชมเปี้ยนทุกตัวที่ติดเชื้อ และปิดท้ายด้วยการระเบิดที่คิดยอดรวมย้อนกลับไป ลงโทษดาเมจทั้งหมดที่เขารับไปแล้ว
จุดอ่อน
- ไม่มีทางหนีจริงจังหรือเครื่องมือปิดระยะเลยนอกจากการมุดสั้นๆ ของ Sanguine Pool ที่ติด cooldown พอมันไม่พร้อมใช้ เขาก็เป็นเป้าง่ายๆ ของทีมสาย dive
- Sanguine Pool กับ Tides of Blood กินเลือดของเขาเองทั้งคู่ matchup ที่ burst หนักจึงลงโทษเขาได้ก่อนที่ Crimson Rush และ sustain ของเขาจะพร้อม
- utility ให้ทีมต่ำมาก: พื้นที่สโลว์กับการแปะตราหมู่แบบหน่วงเวลาคือการกันศัตรูออกจากเพื่อนอย่างเดียวที่เขามี ทิ้ง carry ที่ตัวบางกว่าไว้แบบแทบไม่มีใครป้องกัน
- Grievous Wounds ตัดเข้าไปที่ตัวตนของเขาตรงๆ เพราะ Transfusion, Sanguine Pool และ Hemoplague ทำหน้าที่เป็นการฮีลด้วยทั้งหมด matchup ที่มีของต้านฮีลจึงรู้สึกแย่กว่าที่ตัวเลขดาเมจดิบบอกไว้
คอมโบ
- Q ต่อ Q ต่อ Q ที่เสริมพลังแล้ว (Crimson Rush): การยัด Transfusion ให้เข้าสองครั้งเติมสแต็ก Bloodthirst ให้เต็มและปลดล็อก Movement Speed ที่พุ่งขึ้นบวก Q ที่เสริมพลังแล้วซึ่งแรงขึ้น 75% นี่คือการ trade หลักในเลนของเราเมื่อสแต็กพร้อม
- W ต่อ E ต่อ Q: มุดเข้าไปด้วย Sanguine Pool เพื่อปิดระยะอย่างปลอดภัย ร่าย Tides of Blood ค้างเพื่อใส่สโลว์ทุกคนที่พยายาม disengage แล้วปิดด้วย Transfusion เพื่อเอา sustain
- R ต่อ E ต่อ Q: เปิด teamfight ด้วยการปล่อยเชื้อ Hemoplague ใส่ทีมฝ่ายตรงข้ามที่รวมตัวกัน แล้วเท Tides of Blood ที่ชาร์จเต็มกับ Transfusion ใส่เขาก่อนที่เชื้อจะระเบิด เพราะทุกหน่วยดาเมจที่เขารับเพิ่มตอนติดเชื้ออยู่จะกลายเป็นดาเมจเสริมที่ถูกคิดรวมเข้าไปในการระเบิดนั้น
- กด W เพื่อถอนตัว: มุดลง Sanguine Pool ทันทีที่ burst หันมาใส่เรา เพราะสภาพ untargetable 2 วิ บวกการฮีลตามดาเมจลบคอมโบของฝ่ายตรงข้ามได้ทั้งชุด
Skill order: Q > E > W (อัป R ทุกครั้งที่อัปได้)
ช่วงต้นเกม
เล่นเลนด้วยการ poke จาก Transfusion และเก็บ Tides of Blood กับ Sanguine Pool ไว้ใช้ในจังหวะที่สำคัญจริงๆ เพราะทั้งคู่เผาเลือดของเราเองและสะสมเร็วมากถ้ากดใส่เวฟมั่วๆ มองหาการ trade จริงๆ ครั้งแรกเมื่อ Bloodthirst ครบสองสแต็ก: ช่วง Crimson Rush เปลี่ยน Q ครั้งถัดไปของเราให้เป็น poke ที่หนักกว่าและกระหายฮีล เพราะฉะนั้นเก็บการ trade แบบยืนแลกไว้ให้ตรงจังหวะที่มันทำงาน ให้ความเคารพเลนสาย all-in อย่าง Kassadin และ Fizz ก่อนเลเวล 5 เพราะ burst ของเขาวิ่งชนะ sustain ของเราได้ ให้เล่นจากระยะ Transfusion ไกลสุดและเก็บ Sanguine Pool ไว้รับการ engage ของเขา ไม่ใช่ไว้ farm เมื่ออัลติเมทพร้อมใช้แล้ว ให้มองหาช่องเก็บคิลกับเป้าหมายที่เดินเลยเถิด เพราะการระเบิดแบบหน่วงเวลาของ Hemoplague บวกฮีลของมันชนะเลนได้ด้วยตัวมันเอง
Mid & late game — teamfighting
ตั้งแต่ช่วงกลางเกมเป็นต้นไป หน้าที่ของเราคือการเดินเอา Hemoplague ไปลงใส่ศัตรูที่รวมตัวกันให้ได้มากที่สุด: แชมเปี้ยนทุกตัวที่มันติดเชื้อเพิ่มฮีลให้เรา และทุกหน่วยดาเมจที่เขารับก่อนที่มันจะระเบิดจะกลายเป็นดาเมจเสริมที่คิดรวมเข้าไปด้วย ตามอัลติเมทเข้าไปด้วย Tides of Blood ที่ชาร์จเต็มใส่เป้าหมายกลุ่มเดิม เพราะ Vladimir ต้องเข้าไปใกล้ศัตรูเพื่อให้การตีนั้นเข้า ไม่ใช่ยืน poke จากระยะไกลสุด ใช้ Sanguine Pool เข้าสู่วงการปะทะอย่างปลอดภัยหรือหายตัวทันทีที่ burst หันมาใส่เรา จับจังหวะให้มันกินสกิลสำคัญ ไม่ใช่กดตอบโต้ช้าไป และเพราะ Crimson Pact แปลงเลือดเสริมเป็นพลัง ให้ขึ้นไอเทมผสมระหว่างพลังเวทกับเลือด เพื่อให้เราอยู่ในการปะทะได้นานขึ้นและยังเป็นภัยคุกคามดาเมจอันดับหนึ่ง ไม่ใช่แค่ปืนแก้วที่ยิงได้นัดเดียว
Pro tips
- ตามสแต็ก Bloodthirst ของตัวเองด้วย ไม่ใช่ตามแค่ cooldown: Crimson Rush เสียเปล่าถ้ามันทำงานใส่มินเนี่ยนแทนที่จะถูกเก็บไว้ trade กับแชมเปี้ยน
- Sanguine Pool กินเลือดปัจจุบันของเรา 20% เพราะฉะนั้นห้ามมุดลงไปแค่เพื่อ farm หรือ poke เด็ดขาด เก็บมันไว้รับการ engage รับ CC หนัก หรือรับ burst ที่ไม่มีทางอื่นให้รอด
- omnivamp กับเลือดเสริมของ Riftmaker เข้ากับ Crimson Pact โดยตรง ทำให้การ poke ด้วย Q และ E ของเราทำหน้าที่เป็น sustain ไปด้วย: ขึ้นมันตั้งแต่ช่วงต้น แล้วค่อยไต่ไปทาง Rabadon's Deathcap เมื่อเรานำอยู่