วิธีเล่น Zoe — คู่มือ Wild Rift, คอมโบ และเทคนิค
Zoe หรือ Aspect of Twilight เป็นเมจสาย burst ที่เล่นเลนมิดใน Wild Rift ผสมดาเมจที่แรงที่สุดระดับต้นๆ เข้ากับความอึดที่ต่ำมาก: นางถูกสร้างมาเพื่อจบการปะทะในรอบสกิลเดียวที่สะอาด ไม่ใช่เพื่อยืนแลก ดาเมจทุกหน่วยของนางมาจาก skillshot ดาเมจเวทและการตีปกติที่เสริมพลัง นางจึงอยู่หรือตายอยู่ที่การลง Paddle Star กับ Sleepy Trouble Bubble ให้เข้า ไม่ใช่ที่ค่าสถานะดิบๆ แล้วนางยังเป็นจอมขโมยเวทประจำเกม ขโมย summoner spell และไอเทมแบบกดของศัตรูมาใช้ซ้ำได้ เป็นการเล่นชิงจังหวะที่เมจตัวอื่นไม่มีทางเข้าถึง
จุดแข็ง
- คอมโบสะอาดชุดเดียว ตั้งแต่ฟองสบู่หลับต่อเข้า Q และการตีปกติที่เสริมพลัง ข่ม burst ตัวบางส่วนใหญ่ได้จากระยะไกล เมื่อนางมีไอเทมสองสามชิ้นแล้ว
- Portal Jump ให้นางมีเครื่องมือขยับตำแหน่งเพื่อเปิดการปะทะ poke หรือแย่ง objective จากมุมที่ศัตรูไม่ได้จับตาดู
- Spell Thief หมุน summoner spell และไอเทมแบบกดของศัตรูกลับไปเล่นงานพวกเขาเอง เท่ากับว่า Zoe ได้ Flash Ignite หรือ Exhaust เพิ่มมาใช้ตลอดทั้งเกม
- ระยะทำงานที่ไกลและการเคลียร์เวฟที่แน่นทำให้นางเป็นเมจสาย roam ที่แข็ง ดันเวฟทิ้งแล้วออกจากเลนได้โดยไม่เสียจังหวะไปมาก
จุดอ่อน
- ความอึดต่ำมากและไม่มีเครื่องมือป้องกันตัวของตัวเองเลย: ถ้าถูกจับได้ตอนยืนผิดตำแหน่ง นางแทบไม่มีโอกาสในการปะทะตรงๆ
- ดาเมจของนางทุกเม็ดขึ้นอยู่กับการลง skillshot ให้เข้า พลาด Q หรือ E ตอนเปิด นางก็เหลือแค่ดาเมจ passive จิ๊บจ๊อย
- matchup ที่มี shield หรือ dash ซึ่งปิดระยะจบในท่าเดียว อย่าง shield ของ Kassadin ที่กิน Q ที่ชาร์จมาเต็ม หรือ Wind Wall ของ Yasuo ที่บล็อกทั้ง Q และฟองสบู่ ปิดคอมโบทั้งชุดของนางได้ก่อนที่มันจะเริ่ม
- ให้การกันศัตรูออกจากเพื่อนหรือ utility กับทีมได้น้อยมากนอกจากดาเมจ burst: ไม่มี CC หนักและไม่มีวิธีที่เชื่อถือได้ในการช่วยเพื่อนกลางการปะทะ
คอมโบ
- E → Q → AA: ลง Sleepy Trouble Bubble ให้เข้าก่อน ทันทีที่อาการหลับทำงาน ให้ต่อด้วย Paddle Star และการตีปกติ เพราะอะไรก็ตามที่ลงใส่เป้าหมายที่หลับอยู่จะปลุกมันขึ้นและเพิ่ม true damage ให้อีกได้ถึง 40
- Q → Q (กดซ้ำ) → E: poke ด้วยดาวลูกแรก กด Paddle Star ซ้ำเพื่อบังคับทิศมันไปหาเป้าที่ขยับหนี แล้วปิดด้วยฟองสบู่เพื่อข่มอาการหลับที่ตามมาใส่คนที่คิดว่าตัวเองหลบเราไปได้แล้ว
- R → E → Q → AA: ใช้ Portal Jump เปิดมุมที่ศัตรูไม่ได้จับตาดู วางฟองสบู่กับ Paddle Star ตอนที่อยู่ตรงนั้น แล้วปล่อยให้การเดินทางกลับอัตโนมัติพาเรากลับมาเอง
- W (เวทที่ขโมยมา) → คอมโบ burst: จับจังหวะ Flash ที่ขโมยมาเพื่อปิดระยะหรือขยับตำแหน่ง หรือใช้ Ignite กับ Exhaust ที่ขโมยมาปิดการเก็บหัวที่คอมโบ Q-E-AA ของเราทำไม่ขาดพอดี
Skill order: Q > E > W: อัป R ทุกครั้งที่อัปได้ (เลเวล 5, 9, 13)
ช่วงต้นเกม
เล่นเลนจากระยะไกลสุดและถือว่า Paddle Star เป็นเครื่องมือ trade หลักของเรา: มัน scaling ตามระยะทางอย่างหนัก เจาะเลือดจากนอกระยะมินเนี่ยนแทนที่จะเข้าไป trade ระยะประชิด ทุ่ม Sleepy Trouble Bubble เฉพาะตอนที่มั่นใจว่ามันจะเข้าเท่านั้น เพราะการพลาดมันทำให้เราเสียทั้งดาเมจที่ดีที่สุดและภัยคุกคามเก็บหัวหลักไปหลายวินาที เวลาสู้กับเมจสาย skillshot ตัวอื่น ผลของ trade มักจบลงที่ว่าใครใช้มินเนี่ยนเป็นที่กำบังได้ดีกว่า ให้ยืนหลังเวฟของเราไว้และเดินขึ้นเฉพาะตอนที่ล่อท่าตอบของเขาออกมาได้แล้ว ให้ความสำคัญกับการเก็บเศษเวทจากการที่ศัตรูกด summoner spell และจากมินเนี่ยนที่ตายใกล้ๆ: Flash หรือ Ignite ฟรีจาก Spell Thief พลิก all-in ที่ปกติเราจะแพ้ให้ชนะได้ และทันทีที่ Portal Jump ปลดล็อกที่เลเวล 5 เราก็ได้ภัยคุกคามเก็บหัวจริงๆ แม้แต่ในเลนที่กำลังแพ้อยู่
Mid & late game — teamfighting
ช่วงกลางถึงท้ายเกม ให้ลอยอยู่ริมการปะทะและรอจังหวะที่เห็นเป้าหมายสำคัญของศัตรูแบบโล่งๆ ซึ่งมักเป็น carry แนวหลังหรือใครก็ตามที่หลงเข้ามาในระยะฟองสบู่ แล้วเปิดด้วย Sleepy Trouble Bubble และตามต่อด้วย Q กับการตีปกติทันทีที่อาการหลับทำงาน ใช้ Portal Jump สร้างมุมโจมตีที่ศัตรูไม่ได้จับตาดู จำไว้ว่าระหว่างกระโดดเรายังใช้สกิลและโจมตีได้ แต่ขยับไม่ได้ และจะกลับไปที่จุดเริ่มต้นเองหลังจากนั้นหนึ่งวินาที นอกจังหวะพวกนี้ให้ยืนหลังแนวหน้าของเราไว้: Zoe ไม่มี shield ไม่มี dash และไม่มีทางหนีจริงจังของตัวเอง ยุบทันทีถ้าถูกรวมดาเมจ เก็บ Ignite หรือ Exhaust ที่ขโมยมาจาก Spell Thief ไว้ใช้ในจังหวะที่มันพลิกการปะทะย่อย: summoner spell ที่เกินมาอันเดียวมักเป็นตัวตัดสินจริงๆ ในการปะทะที่สูสี
Pro tips
- กด Paddle Star ซ้ำทันทีที่เป้าหมายเปลี่ยนทิศ: การบังคับมันไปตามเส้นทางใหม่ของเขาลงโทษคนที่คิดว่าตัวเองหลบเราไปได้แล้ว
- ถ้าขึ้น Lich Bane ให้กดสกิลก่อนการตีปกติเพียงเสี้ยววินาที: ทั้ง More Sparkles! และ Lich Bane ทำงานกับการโจมตีปกติครั้งถัดไปหลังใช้สกิลเหมือนกัน การจัดให้มันลงพร้อมกันในการตีครั้งเดียวจึงซ้อนกันเป็นหมัดที่ใหญ่กว่ามาก
- เล่นตามจังหวะ all-in ของคู่แข่งในเลน ไม่ใช่ตาม cooldown ของตัวเองอย่างเดียว: แชมเปี้ยนอย่าง Fizz หรือ Kassadin มีเครื่องมือที่สร้างมาเพื่อรอดหรือหลบคอมโบของเราโดยเฉพาะ ให้ล่อของพวกนั้นออกมาก่อนจะทุ่ม Portal Jump